มาทำความรู้จักกับ #แบคทีเรียบีที (Bacillus thuringiensis หรือ Bt) หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า “ยาเชื้อ” ฮีโร่ปราบหนอนของเกษตรกรกันครับ

เชื้อแบคทีเรียบีที เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็ก แกรมบวกรูปท่อน พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ 
 จุดเด่นคือการสร้าง “สปอร์” และ “ผลึกโปรตีน” ที่เป็น #สารพิษ ทำลายแมลงศัตรูพืช 
#เป้าหมายและความเฉพาะเจาะจง
1.บีทีเก่งมากในการกำจัดแมลงระยะ “หนอน” โดยเฉพาะหนอนผีเสื้อและหนอนด้วง  มีหลายสายพันธุ์ที่ออกฤทธิ์จำเพาะ เช่น
– สายพันธุ์ aizawai: ใช้กำจัด “ยุง” 
– สายพันธุ์ kurstaki: ควบคุม “หนอนผีเสื้อ” เช่น หนอนใยผัก หนอนกระทู้หอม 
– สายพันธุ์ tenebrionis: ควบคุมกลุ่ม “ด้วง” เช่น ด้วงหมัดผัก 
#กลไกการเข้าทำลาย (แบบกินตาย) 
แมลงต้องกินเชื้อบีทีเข้าไปเท่านั้นเชื้อถึงจะทำงาน โดยสารพิษจะไปทำลายกระเพาะอาหารของหนอนจนเป็นรู  หนอนจะเริ่มป่วย หยุดกินอาหาร เชื่องช้า และเกิดอาการเป็น #อัมพาต ภายใน 30 นาทีถึง 1 วัน  จากนั้นสปอร์จะเข้าสู่ระบบเลือด ทำให้หนอนตายภายใน 5-7 วัน ซากหนอนจะอ่อนนุ่มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำคล้ำ 
3.#เทคนิคการฉีดพ่น ให้ได้ผลสูงสุด  การเตรียมเชื้อ: ควรผสมน้ำเล็กน้อยพักทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง ให้เชื้อแตกตัวและสร้างสารพิษเต็มที่ก่อนผสมลงถังใหญ่ ผสม “สารจับใบ” ทุกครั้ง: เพื่อให้สปอร์และผลึกโปรตีนเกาะติดใบพืชได้ทนทาน เทคนิคการพ่น: ปรับหัวฉีดเป็นละอองฝอยเล็กที่สุด พ่นให้เปียกชุ่มทั้งบนใบและใต้ใบ ช่วงเวลา: ต้องพ่นตอนเย็น แดดร่มลมสงบ เพราะเชื้อไม่ทน #แสงแดด และหนอนมักออกหากินตอนกลางคืน ความถี่: พ่นติดต่อกัน 2-3 ครั้ง เว้นระยะห่าง 3-4 วัน ในช่วงที่พบการระบาด
4.#ข้อควรระวัง และข้อจำกัดที่สำคัญ  ใช้ช่วงหนอนวัยอ่อน: จะได้ผลดีและรวดเร็วที่สุด
 ห้ามใช้ร่วมกับสารเคมีบางชนิด: เช่น สารปฏิชีวนะกำจัดโรคพืช, สารประกอบทองแดง, และน้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพราะจะทำลายเชื้อ ความเข้าใจเรื่องเวลา: เนื่องจากเป็นสารประเภท “กินตาย” ต้องรอ 1-2 วันหนอนจึงจะตาย อาจจะไม่ทันใจเหมือนสารเคมีนะครับ ข้อห้ามเฉพาะ: ห้ามนำไปพ่นในแปลงต้นหม่อนเด็ดขาด เพราะจะทำลาย “หนอนไหม” ตายหมดครับ 
สรุปคือ บีทีเป็นชีวภัณฑ์ที่ #ปลอดภัยสูง มาก ไม่มีพิษตกค้าง ปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และแมลงที่เป็นประโยชน์ แถมแมลงศัตรูพืชยังสร้างความต้านทาน (ดื้อยา) ได้ยากมากครับ 

Scroll to Top